รายละเอียด
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาลักษณะภาวะผู้นำ การสนับสนุนทางสังคม สุขภาพจิต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนทางสังคม สุขภาพจิต แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์กับภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี และ 3. เพื่อศึกษาอิทธิพลร่วมของการสนับสนุนทางสังคม สุขภาพจิต แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่อภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนประถามศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ที่ปฏิบัติงานในปีการศึกษา 2544 จำนวน 287 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejice and Morgan และทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วยภาวะผู้นำ การสนับสนุนทางสังคม สุขภาพจิต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .94, .95, .98 และ .93 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคุณ
ผลการวิจัยพบว่า
. ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานีมีภาวะผู้นำในระดับมาก ได้รับการสนับสนุนทางสังคมในระดับปานกลาง มีสุขภาพจิตในระดับปานกลาง และมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในระดับมาก
. การสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะผู้นำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สุขภาพจิตและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับภาวะผู้นำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
. การสนับสนุนทางสังคม สุขภาพจิต และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สามารถร่วมกันพยากรณ์ภาวะผู้นำได้ร้อยละ 75.2 โดยที่แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สามารถอธิบายภาวะผู้นำได้มากที่สุด รองลงมาคือ การสนับสนุนทางสังคมและสุขภาพจิต ตามลำดับ